โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส (มะเขือเทศ)

ข่าวประชาสัมพันธ์ วันที่ 9 เมษายน 2564

กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ข่าวเตือนภัยการเกษตร โรคที่มีสาเหตุจากไวรัส (มะเขือเทศ)

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลมะเขือเทศ

สภาพแวดล้อม/สภาพอากาศที่เกิดในช่วงเวลานี้

อากาศร้อน  มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้

ออกดอก ติดผล

ข้อสังเกตลักษณะ/อาการที่อาจพบ

  1. โรคใบหงิกเหลือง ใบยอดและใบอ่อน หดย่นหงิกมีสี เหลือง ขอบใบม้วนงอ ยอดเป็นพุ่ม ใบที่แตกใหม่มีขนาดเล็ก ต้นแคระ แกร็น ทำให้มะเขือเทศไม่ติดผลหรือ ติดผลน้อยมาก
  2. โรคใบด่างเรียวเล็ก ใบแสดงอาการด่างสีเขียวเข้มสลับสี เขียวอ่อน ม้วนงอ ต่อมาใบเรียว เล็กกว่าปกติ ถ้าอาการรุนแรงมาก ใบจะเรียวเล็กเหลือแต่เส้นกลางใบ มะเขือเทศจะชะงักการเจริญเติบโต ไม่ติดผล หรือผลมีขนาดเล็ก ถ้าเกิด โรคตั้งแต่ระยะกล้า จะทำให้ต้น แคระแกร็น ไม่ติดผล
  3. โรคใบด่าง ใบแสดงอาการด่างสีเขียวเข้มสลับสี เขียวอ่อนหรือสีเหลือง บางครั้งใบ อ่อนหดย่นเป็นคลื่นและมีขนาดเล็ก กว่าปกติ ใบที่อยู่ส่วนยอดหรือปลาย กิ่งอาจบิดเป็นเกลียว มะเขือเทศ ชะงักการเจริญเติบโต ทำให้ติดผล น้อย ผลอาจเกิดอาการด่าง ถ้าเกิด โรคในระยะกล้า ต้นจะแคระแกร็น ใบมีขนาดเล็กและลดรูป
  4. โรคใบด่างจุดวงแหวนเนื้อเยื่อตาย

ใบปรากฏแผลเนื้อเยื่อตายสีน้ำตาล เข้มหรือดำ กระจายทั่วทั้งใบ หรือ เกิดรอยด่างสีเหลือง ใบยอดด่างและ ยอดสั้น ใบอ่อนจะแห้งตายจาก ปลายใบเข้าหาโคนใบ ใบแก่มีสี เหลืองและขนาดเล็กกว่าปกติ ลำต้นและก้านใบมีรอยขีดสีน้ำตาล เข้มหรือดำตามแนวยาวของลำต้น และก้านใบ มะเขือเทศชะงักการ เจริญเติบโต ผลเสียรูปทรง ที่ผิว ของผลจะพบอาการเนื้อเยื่อตาย เป็นวง ถ้าอาการรุนแรง กิ่งและลำ ต้นจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เหี่ยวเฉา และตายในที่สุด

แนวทางการป้องกัน/แก้ไข ดังนี้

  1. ใช้มะเขือเทศพันธุ์ต้านทานโรค
  2. คัดเลือกกล้ามะเขือเทศที่แข็งแรงและไม่เป็นโรค ไวรัสมาปลูก
  3. หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูก เพื่อ ลดแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ เช่น สาบแร้งสาบกา กะเม็ง หญ้ายาง กระทกรก ลำโพง โทงเทง และขี้กาขาว
  4. ตรวจแปลงสม่ำเสมอ ถ้าพบต้นที่เป็นโรค ถอนแล้ว นำไปทำลายนอกแปลงปลูก
  5. เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืช ยังไม่มีสารป้องกันกำจัด โดยตรง แต่ป้องกันการระบาดของโรคได้โดยพ่นสาร กำจัดแมลงพาหะนำโรค ดังนี้

-แมลงหวี่ขาว ได้แก่ สารอิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เฟนโพ รพาทริน 10% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

-เพลี้ยอ่อน ได้แก่ สารฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

-เพลี้ยไฟ ได้แก่ สารอิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกติน เบนโซเอต 1.92% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

  1. ไม่ปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค ได้แก่ พืชตระกูลแตง ตระกูลถั่ว ตระกูลมะเขือ ขึ้นฉ่าย ยาสูบ งา กะเพราขาว ตำลึง หงอนไก่ บานไม่รู้โรย และ ทานตะวัน เป็นต้น ใกล้แปลงปลูกมะเขือเทศ
  2. แปลงที่พบการระบาดของโรค หลังจากเก็บเกี่ยว ผลผลิตแล้ว ให้เก็บซากพืชไปทำลายนอกแปลงปลูก และไม่ปลูกมะเขือเทศซ้ำ ควรปลูกพืชชนิดอื่นที่ ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค

 

อ้างอิงจาก:  คณะทำงานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร

ประชาสัมพันธ์โดย กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานคร